วิธีกำจัดแมลงสาบแบบบ้านๆ

วิธีการกำจัดแมลงสาบแบบบ้านๆ (เน้นประหยัดและง่าย)
เรามีวิธีการง่ายมากๆ เลยอยากเอามาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้ทราบถึงวิธีการกำจัดแมลงสาบ แบบง่ายๆ และประหยัดกัน เผื่อใครจะอยากได้ไว้ใช้ มาดูส่วนประกอบกันก่อนดีกว่า

ส่วนประกอบ
1.ขวด เฮลบลูบอย ที่หมดแล้ว1-2 ขวด หรือตามต้องการ
2.น้ำมันหมู
วิธีทำ
1.เทน้ำมันหมูลงในขวด เฮลบลูบอย แล้วก็เขย่าขวดให้น้ำมันหมูเกาะทั่วขวด
2.เอาน้ำมันหมูป้ายขอบในคอขวด กะให้กำลังลื่นพองาม
3.เอาไปตั้งไว้กลางห้องครัวหรือแหล่งชุมนุมแมลงสาบ (เฉพาะจุดที่พบบ่อยๆ)
4.ตั้งทิ้งเอาไว้ ประมาณ 8 ชม. แนะนำ ตั้งไว้ก่อนนอน
5.ตื่นมาตอนเช้าอย่าตกใจ  แมลงสาบจะยั่วเยี๊ยะ ไปทั้งขวด แต่ออกมาไม่ได้
เด็กและสตรีที่กลัวแมลงสาบไม่ควรทำ เพราะอาจจะตกใจตายได้
6.เอาฝาเฮลบลูบอยปิดไว้  แล้วฝากให้รถขยะพาแมลงสาบไปเที่ยว

1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง ได้ผลกว่าพวกยาอันตรายทั่วไป  หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคน
ที่ไม่อยากเลี้ยงแมลงสาบแล้ว แต่เอาไปปล่อยวัดไม่ได้ (ไล่จับไม่ทัน)

ขอขอบคุณ เคล็ดลับดีๆ จากหนังสือ 108 เคล็ดลับคู่ครัว

24 เคล็ดไม่ลับ คู่บ้านคู่ครัวที่คุณควรรู้

9 วิธีคู่บ้าน งานคู่ครัว

เคล็ดลับคู่บ้าน

1.การล้างตู้เย็น
จะล้างตู้เย็นให้สะอาดให้ใช้โซดาคาร์บอเนต ( โซดาทำขนม หรือ เบ้กกิ้งโซดา ) 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในน้ำประมาณ 1 ลิตร หรือ 4 ถ้วย แล้วล้างออก กลิ่นเหม็นจะ หมดไป

2. ล้างจานหรืออ่างที่เป็นสแตนเลส
อ่างล้างจานหรือตู้เก็บถ้วยจานที่เป็นสแตนเลสให้ใช้แอลกอฮฮล์หรือยาสีฟัน ทา แล้วจึงขัดออก ทำความสะอาดด้วยน้ำอีกครั้ง เช็ดด้วยผ้านุ่มๆให้แห้ง

3.ล้างขวดแก้ว
ขวดแก้วที่หมองขุ่น ใส่ทรายลงไปเล็กน้อยเติมน้ำอย่าให้เต็ม เขย่าแรงๆ แล้วจึง เทออก ล้างด้วยน้ำผสมผงซักฟอก แล้วจึงล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า ขวดจะใส

4. ล้างภาชนะที่เปื้อนแป้ง ไข่ นม
จาน ชาม หรือภาชนะที่เปื้อน แป้ง ไข่ นม ให้ล้างด้วยน้ำเย็นธรรมดา จะล้างออก ง่ายกว่าน้ำอุ่นจะทำให้แป้ง ไข่ นมติดแน่นยิ่งขึ้น เพรราะความร้อนทำให้แป้ง ไข่ นมที่ติดกับภาชนะสุกทางที่ดีใช้ฟองน้ำชุบน้ำเช็ดออกก่อนแล้วล้างด้วยสบู่ หรือ น้ำยาล้างจานแล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาด

5.ล้างถาดเงิน
ถาดเงินเมื่อใช้แล้วต้องล้างให้สะอาดทันที แล้วเช็ดให้แห้งจึงเก็บ การเก็บเพื่อ ไม่ให้ถาดเงินด่างดำ ให้วางสารส้มไว้ในถาดสัก 1 ก้อน จะทำให้ถาดนั้นสะอาด อยู่เสมอ

6.ปัญหาเมื่อซื้อจานชาม หรือแก้วน้ำใหม่
เมื่อแกะฉลากออกแล้ว แต่รอยที่เป็นกาวเหนียวๆ ยังติดอยู่ ล้างไม่ออก ทำให้ มองดูไม่น่าใช้ โดยเฉพาะจะใช้รับแขก วิธีที่ง่ายที่สุดคือ หยดน้ำมันพืชบนรอย เปื้อน ทิ้งไว้สักครู่ กาวก็จะหลุดออก แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

7. ขจัดกลิ่นคาวที่ติดมีด
บางครั้งเมื่อเรามีดมาหั่นผักหรือผลไม้ กลิ่นคาวที่ติดอยู่กับมีดจะทำให้ผลไม้นั้น คาวไปด้วย ฉะนั้นให้ใช้น้ำมะนาวล้างมีดหลังจากใช้หั่นของคาว หรือก่อนจะหั่น ผัก ผลไม้ จะทำให้มีดหายเหม็นคาวได้

8. แก้กลิ่นเหม็นติดภาชนะพลาสติก
ปัจจุบันเครื่องพลาสติกถูกนำมาใช้เป็นภาชนะสำหรับใส่อาหารจำนวนมาก แต่ ปัญหาที่มักพบบ่อยๆ คือ กลิ่นอาหารจะติดภาชนะล้างอย่างไรก็ไม่ออก และบาง ครั้งกลับไปมีกลิ่นของสบู่หรือน้ำยาล้างจานแทน เมื่อนำมาใส่อาหารอื่นๆกลิ่นจะ ติดอาหารได้ วิธีแก้คือ ให้แช่ในน้ำส้มสายชูเล็กน้อย แช่ไว้ 2 วัน แล้วจึงล้างด้วย น้ำธรรมดา กลิ่นจะหมดไป

9.ทำช้อนส้อมให้ดูใหม่
ช้อนส้อมนับเป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นของแทบทุกบ้าน และไม่ค่อยเกิดการชำรุด เสียหาย ฉะนั้นหากดูแลดีๆช้อนส้อมจะใช้ไปได้นาน ถ้าไม่เกิดหายไปเสียก่อน แต่ช้อนส้อมที่ใช้ไปนานๆจะแลดูเก่า ฉะนั้นให้นำช้อนส้อมที่ดูเก่าแล้ว จุ่มในน้ำ ที่ผสมเกลือประมาณ 1 ช้อนชา กับน้ำนมข้น 2-3 หยด ต่อน้ำ 1 แก้ว ช้อนส้อม จะดูใหม่น่าใช้ขึ้น

10.ซักผ้าเปื้อนคราบเหงื่อ
เสื้อผ้าที่ใส่นานๆ มักจะมีคราบเหงื่อ โดยเฉพาะบริเวณปกเสื้อ หากเราซักโดย ใช้แปรงซักผ้าแปรงบางๆบ่อยๆ จะทำให้ผ้าบริเวณนั้นขาดเปื่อยยุ่ยได้ง่ายทำให้ เสื้อผ้าหมดอายุก่อนเวลาอันสมควร หากมีคราบเหงื่อตามบริเวณปกเสื้อ ปลาย แขน หรือโดยเฉพาะเสื้อแขนยาวให้ใช้น้ำผสมกับน้ำส้มสายชู หรือน้ำ ผสมกับ แอมโมเนีย แช่ผ้าทิ้งไว้สักครู่แล้วนำไปซักตามปกติ คราบต่างๆจะ หลุดหายไป ได้ เสื้อจะดูน่าสวมใส่ยิ่งขึ้น

11.ผ้าฝ้ายก่อนตัดควรแช่น้ำก่อน
โดยใส่เกลือลงในน้ำที่แช่ แล้วรีบซักตาก พอผ้าหมาดๆ รีด

12.การรีด
เสื้อผ้าฝ้ายไทยสีมักซีดง่าย ซักแล้วตากลมพอแห้งหมาดๆ รีดด้านในผ้าฝ้ายที่มี ลายจิกหรือสอดไหม รีดด้านในเมื่อรีดให้ลายเรียบวางผ้าสีขาวทับข้างบน โดย พรมน้ำบนผ้าสีขาวก่อน แล้ววางทับแล้วจึงรีด จะไม่เป็นขน

13.เก็บกระเป๋าถือผู้หญิง
กระเป๋าหนังต้องใช้กระดาษม้วนบรรจุในกระเป๋าให้ได้รูปทรงแล้วจึงห่อหรือใส่ ถุง พลาสติก ถ้าต้องการให้ขึ้นเงา ใช้ผ้าชุบน้ำมันพืชทาบางๆพอทั่ว ปล่อยทิ้งไว้สัก ครู่ เช็ดด้วยผ้าสะอาดนุ่มๆ กระเป๋าจะหายหมอง

14.ลบรอยน้ำผลไม้เปื้อนเสื้อผ้า
เวลาดื่มน้ำผลไม้อาจจะมีการหกเลอะเทอะเปื้อนเสื้อผ้าบ้าง โดยเฉพาะเด็กๆ ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนแห้งจะซักไม่ออก ให้รีบถอดเสื้อผ้าแช่น้ำและซักทันที แต่ถ้ารอยนั้นแห้งแล้วให้ใช้แอมโมเนียประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 1 ลิตร ( 4 ถ้วย ) แช่ผ้าเฉพาะตรงรอยเปื้อน ทิ้งไว้สักครู่ใหญ่ๆ จึงซักออก และล้างผ้าให้ สะอาด รอยเปื้อนจะออกหมด

15.ใช้ ถ่านแบบประหยัด
การย่างหรือปิ้งหมู หรือสะเต๊ะนิยมย่างด้วยถ่าน ถ่านนับวันก็จะหายาก เราจึงใช้ ถ่านเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ การใช้ถ่านให้ประหยัดและคุ้มค่า โดยนำถ่านแช่น้ำ เกลือแล้วตากแดดให้แห้ง จึงนำไปใช้ ถ่านก็จะติดไฟแรงกว่าปกติ และไม่มอดไว

16.ทำความสะอาดเขียง
เขียงเป็นอุปกรณ์ภายในครัวที่ใช้เป็นประจำ บางครั้งเขียงจะมีคราบและกลิ่น ต่างๆติดอยู่ เนื่องจากทำความสะอาดได้ไม่หมด วิธีทำความสะอาดได้โดยง่าย ใช้สก็อตไบท์ชุบเกลือป่นขัดแรงๆ และใช้มีดขูดจนหมดคราบสกปรกแล้วล้างให้ สะอาด กลิ่นต่างๆก็จะหมดไป

17.ทำให้เตาไม่มีเขม่าดำ
การปรุงอาหารที่ใช้เตาแก็ส ในบางครั้งอาจพบปัญหาแก็สมีสีแดง และมีเขม่า จำนวนมาก ทำให้หม้อดำทำความสะอาดได้ ยาก วิธีง่ายๆให้การทำให้ไม่เกิด เขม่าดำ โดยใช้เกลือป่นโรยบนเตาแก็สให้ทั่วก่อนที่จะปรุงอาหารทุกครั้ง

18. ช่วยขจัดกลิ่นหอมแดงติดมือ
อาหารไทยส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของหอมแดง เพื่อทำให้อาหารมีกลิ่นหอม รส ชาติดีและทำให้อาหารน่ารับประทาน เมื่อปอกหอมแดงมักจะมีกลิ่นเหม็นติดมือ มีวิธีที่ทำให้มือหมดกลิ่นเหม็น โดยใช้เกลือถูมือให้ทั่ว แล้วจึงไปล้างน้ำให้ สะอาด เช็ดให้แห้ง

19. มะนาวดับกลิ่น
มะนาวนอกจากจะใช้ปรุงอาหารให้รสชาติเปรี้ยวจิ๊ดจ๊าดแซบถึงใจแล้ว เปลือกมะนาวยังนำมาใช้ดับกลิ่นได้ กลิ่นที่ว่านี้คือกลิ่นคาวทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา หรืออาหารทะเล กลิ่นเวลาปอกหัวหอมหัวกระเทียมก็ได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ตามร้านอาหารโดยเฉพาะร้านอาหารทะเล เมื่อรับประทานเสร็จจะมีโถใส่น้ำมีเปลือกมะนาวลอยมาให้สำหรับใช้ล้างมือ เพราะนอกจากจะช่วยดับกลิ่นแล้ว ยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นอีกด้วย หรือใครจะดัดแปลง นำเปลือกมะนาวไปซุกไว้ในตู้เย็นก็ช่วยดับกลิ่นไม่พึงปรารถนาได้เช่นกัน แต่ถ้าเจอกลิ่นคาวปลาแบบที่รุนแรงมาก แนะนำให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำอย่างละครึ่ง ต้มให้เดือด จะหายกลิ่นคาวได้ หากใครอยากจะล้างอ่างล้างหน้าให้สดใสแวววาว ก็สามารถนำมะนาวสักเสี้ยวหนึ่งมาถูรอยเปื้อนที่ติดบนอ่างได้

20.แซนด์วิชน่าทาน
คุณแม่บ้านที่ชอบทำแซนด์วิชให้ลูกๆ พกพาไปรับประทานตอนเช้า ในช่วงเวลาเร่งด่วน มักประสบปัญหาตัวขนมปังจะเละเทะ ไม่น่ารับประทาน วิธีแก้ไขก็คือ ให้นำขนมปังที่จะใช้ทำแซนด์วิชไปแช่ในช่องแข็งจนแข็งได้ที่เสียก่อนจะนำมา หั่น จะดีกว่าการใช้ขนมปังแบบสดๆ

21.น้ำต้มผัก
อยากทำน้ำพริกกะปิ หรือน้ำพริกอื่นๆ ที่ต้องเติมน้ำสุกให้รสชาติอร่อยมากยิ่งขึ้น อยากให้ลองน้ำต้มผักที่เราตักผักขึ้นแล้วลองเติมดูจะเพิ่มความอร่อยมากขึ้น

22. อาหารดีผมสวยงดงาม
ใครๆก็อยากมีเส้นผมสวยงาม ดกดำทั้งนั้น วิธีง่ายที่สุดนอกเหนือจากจะต้องไปหาแชมพูมาใช้ ครีมนวดมาบำรุง ควรหันมาดูเรื่องอาหารให้ดีจะช่วยได้มาก อาหารพวกตับ ช่วยนำโลหิตไปหล่อเลี้ยงเส้นผม ทำให้ดกดำเป็นมัน งาดำบดละเอียด ช่วยให้ผมดำ ลำไยแห้ง มีแร่ธาตุป้องกันผมหงอก ร่วง ฟักทอง ช่วยให้ผมดำสลวยเป็นต้น

23.ขจัดกลิ่นเหม็นท่อระบายน้ำ
ท่อระบายน้ำล้างจาน บางทีมีกลิ่นเหม็นไม่พึงปรารถนาที่สร้างความรำคราญใจให้กับคุณแม่บ้านอย่าง มาก วิธีแก้ไขง่ายๆ ก็คือ เทเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย ลงไป ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วค่อยเทน้ำส้มสายชูลงไปอีก 1 ถ้วย จะช่วยให้สามารถขจัดกลิ่นได้ดี

24.การลวกผักให้มีสีเขียว
อาหารที่มีลักษณะเลี่ยน มัน หรือรสจัด เรามักนิยมใช้ผักลวกเป็นส่วนประกอบ ของอาหารชนิดนั้น เช่น น้ำพริกปลาทูผักลวก ไก่อบซอสผักลวก เป็ดสอดไส้คะน้า น้ำมันหอย ฯลฯ ซึ่งนอกจากผักลวกจะช่วยลดความเลี่ยนของอาหารจานดังกล่าว แล้วยังสร้างความอร่อยอย่างมีคุณค่าและทำให้อาหารดูน่ารับประทานยิ่งขึ้นอีก ด้วย การลวกผักให้สวยสามารถทำได้โดย การตั้งน้ำให้เดือด ใส่น้ำมันพืช 2 ชต. เกลือป่น 1ชช. น้ำตาลทราย 2 ชต.ต่อน้ำ 10ถ. พอน้ำเดือดนำผักลงลวก พอสุกตักขึ้น ใส่ลงในอ่างน้ำเย็นจัดๆโดยเติมน้ำแข็งเพื่อให้น้ำเย็นจัด พอผักคลายความร้อนเก็บ ผักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ ผักลวกที่ได้จะมีสีเขียวสดและมีความเงาดูน่ารับประทาน ( การแช่ ผักในน้ำเย็นจัดๆเป็นการเปลี่ยนสภาพจากร้อนมาเป็นเย็นอย่างรวดเร็วจะทำให้ ได้ผัก ลวกที่มีสีสันสวยงาม )

เคล็ดลับคู่ครัว

เช้านี้ผมได้เจอหนังสือเล่มบาง ๆ ซึ่งเก็บไว้ตั้งแต่สมัยอยู่คอนโดที่เชียงใหม่ ช่วงนั้นเป็นสมาชิกนิตยสาร “หมอชาวบ้าน” มีอยู่เดือนหนึ่งผมได้รับหนังสือ “อาหารไทย อาหารสุขภาพ” (พิเศษสำหรับสมาชิก)แนบมาด้วย  เกือบ ๒๐ ปีแล้ว..ผมยังรักษามันไว้ได้!!

พอดีมีอยู่ ๔ หน้า…กล่าวถึง “เคล็ดลับคู่ครัว” และ “เคล็ดลับเข้าครัว” ผมเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ จึงได้สแกนมาเก็บไว้…

 

 

 

18 เคล็ดลับคู่ครัว

วันนี้ มีเรื่องดีๆ มาฝาก สำหรับแฟนๆ ที่รอดูเมนูอาหารรอไปก่อนนะคะ พอดีว่าไปอ่านเจอเรื่องราวที่มีประโยชน์มากๆ สำหรับแม่บ้านอย่างเรา อ่านแล้วก็ไม่คิดจะเก็บเอาไว้แอบไว้ใช้เอง ยังใจดีอยากให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันทุกๆ คน เราเป็นแม่บ้านประเภทฝึกเองเป็นเอง ความรู้แต่ละอย่างต้องลองผิดลองถูกเอง แล้วไอ้พวกปัญหาจุกจิกในครัวนี่ เป็นเรื่องประจำเลย พอไปรู้เคล็ดลับอะไรมาแล้วลองเอามาทดลองใช้ดู พอได้ผลแล้วก็อยากแบ่งปันให้กับบรรดาคุณแม่บ้านจำเป็นได้เอาไปใช้กัน มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีเคล็ดลับอะไรกันบ้าง

1.การล้างตู้เย็น
จะ ล้างตู้เย็นให้สะอาดให้ใช้โซดาคาร์บอเนต ( โซดาทำขนม หรือ เบ้กกิ้งโซดา ) 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในน้ำประมาณ 1 ลิตร หรือ 4 ถ้วย แล้วล้างออก กลิ่นเหม็นจะ หมดไป
2. ล้างจานหรืออ่างที่เป็นสแตนเลส
อ่าง ล้างจานหรือตู้เก็บถ้วยจานที่เป็นสแตนเลสให้ใช้แอลกอฮฮล์หรือยาสีฟัน ทา แล้วจึงขัดออก ทำความสะอาดด้วยน้ำอีกครั้ง เช็ดด้วยผ้านุ่มๆให้แห้ง
3.ล้างขวดแก้ว
ขวด แก้วที่หมองขุ่น ใส่ทรายลงไปเล็กน้อยเติมน้ำอย่าให้เต็ม เขย่าแรงๆ แล้วจึง เทออก ล้างด้วยน้ำผสมผงซักฟอก แล้วจึงล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า ขวดจะใส
4. ล้างภาชนะที่เปื้อนแป้ง ไข่ นม
จาน ชาม หรือภาชนะที่เปื้อน แป้ง ไข่ นม ให้ล้างด้วยน้ำเย็นธรรมดา จะล้างออก ง่ายกว่าน้ำอุ่นจะทำให้แป้ง ไข่ นมติดแน่นยิ่งขึ้น เพรราะความร้อนทำให้แป้ง ไข่ นมที่ติดกับภาชนะสุกทางที่ดีใช้ฟองน้ำชุบน้ำเช็ดออกก่อนแล้วล้างด้วยสบู่ หรือ น้ำยาล้างจานแล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาด
5.ล้างถาดเงิน
ถาด เงินเมื่อใช้แล้วต้องล้างให้สะอาดทันที แล้วเช็ดให้แห้งจึงเก็บ การเก็บเพื่อ ไม่ให้ถาดเงินด่างดำ ให้วางสารส้มไว้ในถาดสัก 1 ก้อน จะทำให้ถาดนั้นสะอาด อยู่เสมอ
6.ปัญหาเมื่อซื้อจานชาม หรือแก้วน้ำใหม่
เมื่อ แกะฉลากออกแล้ว แต่รอยที่เป็นกาวเหนียวๆ ยังติดอยู่ ล้างไม่ออก ทำให้ มองดูไม่น่าใช้ โดยเฉพาะจะใช้รับแขก วิธีที่ง่ายที่สุดคือ หยดน้ำมันพืชบนรอย เปื้อน ทิ้งไว้สักครู่ กาวก็จะหลุดออก แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
7. ขจัดกลิ่นคาวที่ติดมีด
บาง ครั้งเมื่อเรามีดมาหั่นผักหรือผลไม้ กลิ่นคาวที่ติดอยู่กับมีดจะทำให้ผลไม้นั้น คาวไปด้วย ฉะนั้นให้ใช้น้ำมะนาวล้างมีดหลังจากใช้หั่นของคาว หรือก่อนจะหั่น ผัก ผลไม้ จะทำให้มีดหายเหม็นคาวได้
8. แก้กลิ่นเหม็นติดภาชนะพลาสติก
ปัจจุบัน เครื่องพลาสติกถูกนำมาใช้เป็นภาชนะสำหรับใส่อาหารจำนวนมาก แต่ ปัญหาที่มักพบบ่อยๆ คือ กลิ่นอาหารจะติดภาชนะล้างอย่างไรก็ไม่ออก และบาง ครั้งกลับไปมีกลิ่นของสบู่หรือน้ำยาล้างจานแทน เมื่อนำมาใส่อาหารอื่นๆกลิ่นจะ ติดอาหารได้ วิธีแก้คือ ให้แช่ในน้ำส้มสายชูเล็กน้อย แช่ไว้ 2 วัน แล้วจึงล้างด้วย น้ำธรรมดา กลิ่นจะหมดไป
9.ทำช้อนส้อมให้ดูใหม่
ช้อน ส้อมนับเป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นของแทบทุกบ้าน และไม่ค่อยเกิดการชำรุด เสียหาย ฉะนั้นหากดูแลดีๆช้อนส้อมจะใช้ไปได้นาน ถ้าไม่เกิดหายไปเสียก่อน แต่ช้อนส้อมที่ใช้ไปนานๆจะแลดูเก่า ฉะนั้นให้นำช้อนส้อมที่ดูเก่าแล้ว จุ่มในน้ำ ที่ผสมเกลือประมาณ 1 ช้อนชา กับน้ำนมข้น 2-3 หยด ต่อน้ำ 1 แก้ว ช้อนส้อม จะดูใหม่น่าใช้ขึ้น
10.ใช้ ถ่านแบบประหยัด
การ ย่างหรือปิ้งหมู หรือสะเต๊ะนิยมย่างด้วยถ่าน ถ่านนับวันก็จะหายาก เราจึงใช้ ถ่านเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ การใช้ถ่านให้ประหยัดและคุ้มค่า โดยนำถ่านแช่น้ำ เกลือแล้วตากแดดให้แห้ง จึงนำไปใช้ ถ่านก็จะติดไฟแรงกว่าปกติ และไม่มอดไว
11.ทำความสะอาดเขียง
เขียง เป็นอุปกรณ์ภายในครัวที่ใช้เป็นประจำ บางครั้งเขียงจะมีคราบและกลิ่น ต่างๆติดอยู่ เนื่องจากทำความสะอาดได้ไม่หมด วิธีทำความสะอาดได้โดยง่าย ใช้สก็อตไบท์ชุบเกลือป่นขัดแรงๆ และใช้มีดขูดจนหมดคราบสกปรกแล้วล้างให้ สะอาด กลิ่นต่างๆก็จะหมดไป
12.ทำให้เตาไม่มีเขม่าดำ
การ ปรุงอาหารที่ใช้เตาแก็ส ในบางครั้งอาจพบปัญหาแก็สมีสีแดง และมีเขม่า จำนวนมาก ทำให้หม้อดำทำความสะอาดได้ ยาก วิธีง่ายๆให้การทำให้ไม่เกิด เขม่าดำ โดยใช้เกลือป่นโรยบนเตาแก็สให้ทั่วก่อนที่จะปรุงอาหารทุกครั้ง
13. ช่วยขจัดกลิ่นหอมแดงติดมือ
อาหาร ไทยส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของหอมแดง เพื่อทำให้อาหารมีกลิ่นหอม รส ชาติดีและทำให้อาหารน่ารับประทาน เมื่อปอกหอมแดงมักจะมีกลิ่นเหม็นติดมือ มีวิธีที่ทำให้มือหมดกลิ่นเหม็น โดยใช้เกลือถูมือให้ทั่ว แล้วจึงไปล้างน้ำให้ สะอาด เช็ดให้แห้ง
14. มะนาวดับกลิ่น
มะนาว นอกจากจะใช้ปรุงอาหารให้รสชาติเปรี้ยวจิ๊ดจ๊าดแซบถึงใจแล้ว เปลือกมะนาวยังนำมาใช้ดับกลิ่นได้ กลิ่นที่ว่านี้คือกลิ่นคาวทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา หรืออาหารทะเล กลิ่นเวลาปอกหัวหอมหัวกระเทียมก็ได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ตามร้านอาหารโดยเฉพาะร้านอาหารทะเล เมื่อรับประทานเสร็จจะมีโถใส่น้ำมีเปลือกมะนาวลอยมาให้สำหรับใช้ล้างมือ เพราะนอกจากจะช่วยดับกลิ่นแล้ว ยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นอีกด้วย หรือใครจะดัดแปลง นำเปลือกมะนาวไปซุกไว้ในตู้เย็นก็ช่วยดับกลิ่นไม่พึงปรารถนาได้เช่นกัน แต่ถ้าเจอกลิ่นคาวปลาแบบที่รุนแรงมาก แนะนำให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำอย่างละครึ่ง ต้มให้เดือด จะหายกลิ่นคาวได้ หากใครอยากจะล้างอ่างล้างหน้าให้สดใสแวววาว ก็สามารถนำมะนาวสักเสี้ยวหนึ่งมาถูรอยเปื้อนที่ติดบนอ่างได้
15.แซนด์วิชน่าทาน
คุณ แม่บ้านที่ชอบทำแซนด์วิชให้ลูกๆ พกพาไปรับประทานตอนเช้า ในช่วงเวลาเร่งด่วน มักประสบปัญหาตัวขนมปังจะเละเทะ ไม่น่ารับประทาน วิธีแก้ไขก็คือ ให้นำขนมปังที่จะใช้ทำแซนด์วิชไปแช่ในช่องแข็งจนแข็งได้ที่เสียก่อนจะนำมา หั่น จะดีกว่าการใช้ขนมปังแบบสดๆ
16.น้ำต้มผัก
อยาก ทำน้ำพริกกะปิ หรือน้ำพริกอื่นๆ ที่ต้องเติมน้ำสุกให้รสชาติอร่อยมากยิ่งขึ้น อยากให้ลองน้ำต้มผักที่เราตักผักขึ้นแล้วลองเติมดูจะเพิ่มความอร่อยมากขึ้น
17.การลวกผักให้มีสีเขียว
อาหาร ที่มีลักษณะเลี่ยน มัน หรือรสจัด เรามักนิยมใช้ผักลวกเป็นส่วนประกอบ ของอาหารชนิดนั้น เช่น น้ำพริกปลาทูผักลวก ไก่อบซอสผักลวก เป็ดสอดไส้คะน้า น้ำมันหอย ฯลฯ ซึ่งนอกจากผักลวกจะช่วยลดความเลี่ยนของอาหารจานดังกล่าว แล้วยังสร้างความอร่อยอย่างมีคุณค่าและทำให้อาหารดูน่ารับประทานยิ่งขึ้นอีก ด้วย การลวกผักให้สวยสามารถทำได้โดย การตั้งน้ำให้เดือด ใส่น้ำมันพืช 2 ชต. เกลือป่น 1ชช. น้ำตาลทราย 2 ชต.ต่อน้ำ 10ถ. พอน้ำเดือดนำผักลงลวก พอสุกตักขึ้น ใส่ลงในอ่างน้ำเย็นจัดๆโดยเติมน้ำแข็งเพื่อให้น้ำเย็นจัด พอผักคลายความร้อนเก็บ ผักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ ผักลวกที่ได้จะมีสีเขียวสดและมีความเงาดูน่ารับประทาน ( การแช่ ผักในน้ำเย็นจัดๆเป็นการเปลี่ยนสภาพจากร้อนมาเป็นเย็นอย่างรวดเร็วจะทำให้ ได้ผัก ลวกที่มีสีสันสวยงาม )
18.ขจัดกลิ่นเหม็นท่อระบายน้ำ
ท่อ ระบายน้ำล้างจาน บางทีมีกลิ่นเหม็นไม่พึงปรารถนาที่สร้างความรำคราญใจให้กับคุณแม่บ้านอย่าง มาก วิธีแก้ไขง่ายๆ ก็คือ เทเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย ลงไป ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วค่อยเทน้ำส้มสายชูลงไปอีก 1 ถ้วย จะช่วยให้สามารถขจัดกลิ่นได้ดี

 

9 วิธีคู่บ้าน งานคู่ครัว

ข่าวดีสำหรับคุณแม่บ้าน และคุณพ่อบ้านทั้งหลายที่ต้องเจอปัญหาของเน่าเสียในครัวและส่งกลิ่นเหม็นในตู้เย็น เพราะในวันนี้ทีมงานได้หาวิธีการแก้ปัญหาภายในเรื่องในครัวมาฝากกัน ที่ไม่ใช่แค่เรื่องดับกลิ่นเท่านั้น ซึ่งเป็นวิธีที่อาจผ่อนแรงคุณๆทั้งหลายได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาของสดส่งกลิ่นเหม็นและปัญหาที่หลายคนพบเจอกันบ่อย 9 ประการ ดังนี้

เก็บผักไม่ให้เน่าเสียง่าย

ผักที่โดนน้ำ จะเก็บความชื้นไว้ตามก้านและกลีบใบ ทำให้เน่าเสียง่าย เพราะฉะนั้นเวลาซื้อมาจากตลาด หากยังไม่ปรุงอาหารก็ไม่ควรล้างก่อน แต่ควรนำไปใส่ถุงพลาสติก โดยแยกชนิดกัน และเก็บไว้ ในช่องเก็บผักในตู้เย็น แต่ไม่ควรเกิน 1 สัปดาห์

เก็บข่าสดคงทน

ข่าสดที่ซื้อมาประกอบอาหารทุกครั้งต้องใช้ไม่หมด จึงควรเก็บข่าไว้ในโถเกลือ หรือเอาเกลือใส่ถ้วยแล้ววางข่าไว้บนเกลือเพียงเท่านี้คุณก็จะมีข่าสด ๆ ใช้ปรุงอาหารในคราวต่อไป

ผักกาดสลัดทนทาน

สลัดแก้ว คือผักกาดที่ใช้รับประทานเป็นสลัด สลัดแก้วจะเสียเร็วมาก วิธีป้องกันไม่ให้ผักชนิดนี้เหี่ยวเร็ว ให้คุณบีบน้ำมะนาวแล้วใส่เปลือกลงในน้ำเปล่าที่เตรียมไว้ จากนั้นนำสลัดแก้วมาแช่ไว้ในน้ำที่เตรียมไว้สักครู่ จะทำให้ผักอยู่ได้ทนขึ้น

เผือกคันมือ

เผือกดิบ หากเรานำมาล้างหรือปอกจะทำให้คันมือ เคล็ดลับการปอกเผือกไม่ให้คันมือ ให้คุณนำเผือกที่จะปอก ให้คุณนำเผือกที่จะปอก ไปอิงไฟให้ทั่วสักครู่หนึ่ง จึงนำมาล้าง ตอนปอกเผือกมือคุณจะไม่คันอีกเลย

ต้มมันเก่า

คุณสามารถต้มมันเก่า ให้มีรสชาติหวานเหมือนใหม่ได้คือขณะต้ม ให้ใส่น้ำตาลลงไปสักเล็กน้อย เมื่อมันสุกจะมีรสชาติดีขึ้น

กำจัดกลิ่นหน่อไม้

หน่อไม้ดองบรรจุปิ๊บ เมื่อนำมาทำอาหารอาจมีกลิ่นไม่น่ารับประทาน วิธีแก้ไข นำหน่อไม้ดองต้มใส่น้ำพอท่วม ใส่น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนชา ต้มให้เดือดสักครู่เทน้ำทิ้งแล้วนำไปล้าง ให้สะอาด เมื่อนำไปปรุงอาหารจะไม่มีกลิ่นเหม็น

อย่าทิ้งเปลือกส้มโอ

เปลือกผลไม้หลายชนิด สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่นกลบใต้ต้นไม้กลายเป็นปุ๋ย โดยไม่ต้องเน่าเสียไปเฉย ๆ หรือเปลือกทุเรียนสามารถนำไปตากแห้งเป็นเชื้อเพลิงได้ เปลือกส้มโอก็เช่นเดียวกัน เรามีวิธีที่จะนำไปใช้ประโยชน์ โดยการนำมาต้มทิ้งไว้สักพัก จากนั้นก็นำด้านในของเปลือกส้ม มาขัดถูกภาชนะจำพวกอลูมิเนียม ตะหลิว ทัพพี ฯลฯ ก็จะทำให้สิ่งของเหล่านั้น เป็นเงางามเหมือนใหม่อีกครั้ง

สับปะรดไม่เปรี้ยว

หากสับปะรดที่ซื้อมามีรสเปรี้ยวเกินไป เคล็ดลับลดความเปรี้ยวคือ ให้นำมะนาวเปลือกเขียวมาบีบสับปะรดจากนั้นโรยเกลือป่นให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดอย่างเบามือ

แก้ลูกชิ้นปลาเหม็นคาว

ถ้าลูกชิ้นปลาที่คุณซื้อมามีกลิ่นเหม็นคาวมากเกินไป จนเกรงว่าจะทานไม่ได้ อย่าเพิ่งนำไปทิ้ง วิธีดับกลิ่นคาวของลูกชิ้นปลา ให้ผสมน้ำกับน้ำส้มสายชูในปริมาณที่พอเหมาะ แล้วนำลูกชิ้นปลาลงแช่ไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง จะช่วยขจัดกลิ่นคาวได้

วิธีง่ายๆเพียงเท่านี้ คุณพ่อบ้าน และคุณแม่บ้านทั้งหลายก็สามารถทำอาหารได้อย่างสบายใจมากขึ้นแน่นอนค่ะอีกทั้งไม่ต้องเจอกลิ่นรบกวนจากของสดอีกต่อไป

เรียบเรียงข้อมูลจาก ไทยโฮมมาสเตอร์

6 ของว่างแก้หิวลดพุง

เคยไหม? ที่หลังมื้อหลักก็ยังรู้สึกหิว แต่เพราะห่วงว่าความอ้วนจะถามหา ทำให้ปากกับใจไม่ตรงกัน วันนี้เรามีอาหารว่างมาแนะนำ เพื่อไม่ให้คุณต้องทนหิวอีกต่อไป

1. ทูน่า มีคุณค่าของโอเมก้า 3 และโปรตีน ให้พลังงาน 60-180 แคลลอรี่ นอกจากจะทำให้ฉลาดแล้วยังช่วยให้อิ่มอีกนะเนี่ย

2. แมงลัก มีวิตามินเอกับเส้นใยสูง นิยมผสมกับเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำขิง น้ำเต้าหู้ น้ำใบเตย หรือโจ๊ก เมื่อผสมกับน้ำแล้วจะพองตัวถึง 45 เท่า ทำให้อิ่มแต่ไม่อ้วน ให้ พลังงาน 0.03 กิโลแคลลอรี่/100 กรัม

3. มะนาว ช่วยให้รู้สึกหายหิวได้นานนับชั่วโมง ให้พลังงาน 10 แคลลอรี่

4. ไข่ต้ม โปรตีนล้วนๆ ช่วยไม่ให้โทรมและช่วยสร้างกล้ามเนื้อ มีพลังงาน 75-80 กิโลแคลลอรี่/ 1ฟอง

5. ถั่วลิสง มีใยอาหารและโปรตีน ช่วยไม่ให้หิวเกินไป มีพลังงาน 45 กิโลแคลลอรี่ /10 เม็ด

6. แอปเปิ้ลเขียว อุดมไปด้วย เพคติน ช่วยให้อิ่ม หยิบทานง่าย เก็บไว้ได้นาน ให้พลังงาน 60-80 กิโลแคลลอรี่ /1 ลูก

หาง่าย ทานสะดวก ที่สำคัญไม่แพงมากอีกด้วย ลองไปหาทานกันดูรับรองว่า อิ่มได้ไม่มีพุง แน่นอน !

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://infographic.in.th/

เคล็ดลับลวกบะหมี่

เคล็ดลับน่ารู้ หลายคน เหมือนกันที่มีความชื่นชอบในการรับประทาน อาหารอย่าง การรับประทานบะหมี่ ที่นิยมนำมารับประทาน กันอยู่เป็นประจำนั้น ด้วยความอร่อยของมัน อยู่ที่ความเหนียวนุ่ม ของเส้น บะหมี่นี้เอง เมื่อเรารับประทานแล้วต้องไม่ล่อน หรือ เส้นบะหมี่ ที่ไม่พอง และขาดง่าย อีกด้วย เพราะถ้าหากว่า เส้นบะหมี่ที่รับประทาน นั้น ไม่เหนียว กลับเละ ก็อาจจะทำให้ เรามีความรู้สึกว่า การรับประทาน บะหมี่ มันไม่อร่อยไปเลย เพราะฉะนั้น วันนี้ เราจึงจะมาแนะนำ วิธีในการ ลวกเส้นบะหมี่ เพื่อให้เส้นบะหมี่ที่ได้ มีความเหนียวนุ่ม และเส้นบะหมี่ได้ นั้นไม่เละ น่ารับประทานมากขึ้น กว่าเดิมด้วย ด้วยเคล็ดลับวิธีการ ง่ายๆ ตามนี้เลย

เคล็ดลับวิธีการ ลวกบะหมี่ เพื่อให้ นุ่มและเหนียว น่ารับประทานมากขึ้นกว่า เดิมด้วย คือ เริ่มแรก เราจะนำ เอาบะหมี่คลี่ ออกมา เพื่อให้เส้นบะหมี่ของเรานั้น ไม่ให้จับกันเป็นก้อน เมื่อเรานำ มาใส่ลงในตะกร้อ ที่เราใช้ในการลวกเส้น โดยที่เรา จะลวกบะหมี่ ในร้อนน้ำ ที่เดือด มากๆ และในการลวก เราต้องทำการลวกให้ เร็ว มากที่สุด แล้วทำให้ เส้นบะหมี่ ถูกน้ำให้ทั่วกันทุกเส้นด้วยเสมอ จากนั้นนำขึ้น มาให้สะเด็ดน้ำด้วย จากนั้นแล้วนำไป จุ่มในน้ำเย็น สักแป๊บนึง แล้วค่อย นำขึ้นมา รอให้เส้นบะหมี่ที่ได้ สะเด็ดน้ำ ดีเสียก่อน แล้วจึงนำมาใส่ในชาม รับรองว่าการ ลวกบะหมี่ของเรา ก็จะน่ารับประทานมากขึ้นกว่าเดิม แล้วล่ะ

เคล็ดลับน่ารู้ อย่าง การลวกบะหมี่ ที่เราสามารถที่จะทำการลวก บะหมี่ได้เอง โดยที่เราสามารถทำเอง มารับประทานได้ โดยที่บะหมี่ของเรา จะไม่เละ ด้วยล่ะ วิธีการ ง่ายๆแบบนี้ อย่าลืมนำเอา วิธีการลวกเส้นบะหมี่ เพื่อรับประทานได้ เหมาะอย่างมากสำหรับ คนไหนที่มีความชื่นชอบการรับประทาน บะหมี่ จะได้ลวกบะหมี่ทานเองได้แล้วล่ะ

เที่ยวอย่างไรให้สนุกและประหยัด

การท่องเที่ยวถือ ได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและสนุกเลยล่ะค่ะ แต่ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ก่อนที่จะเที่ยวเราคงต้องทำการวางแผนการท่องเที่ยว ของเราให้เป็นแบบประหยัดๆ ก่อนนะคะ วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับสำหรับการเที่ยวอย่างไรให้สนุกและประหยัดมาฝากค่ะ มาดูกันเลยค่ะ….

>> ซื้อของเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้า
ของบางอย่างที่ต้องใช้เป็นพิเศษ เช่น ครีมกันแดด ฟิล์ม หรือชุดปฐมพยาบาล อาจจะแพงขึ้นได้เมื่อถึงช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ดังนั้น เราควรซื้อมันติดบ้านไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาออกทริปจะได้สบายกระเป๋าค่ะ

>> เที่ยวในช่วง Low Season
เนื่องจากว่าการเที่ยวช่วง Low Season เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งที่จะช่วยประหยัดเงินได้ เพราะค่าที่พักไม่แพง แถมยังได้รื่นรมย์กับทัศนียภาพที่แตกต่างจากช่วงเทศกาลท่องเที่ยวอีกด้วยค่ะ

>> สำรวจข้อมูลต่างๆ ก่อนเที่ยว
ถือว่าเป็นกฎเหล็กของการวางแผนเที่ยววันหยุดก็คือการใช้เวลาเปรียบเทียบ ราคาบริการต่างๆ เช่น ค่าเครื่องบิน ค่าโรงแรม และค่าเช่ารถ เป็นต้นค่ะ

>> ถามถึงส่วนลดเสมอ
หากเราทำการจองโรงแรมแล้วก็อย่าลืมถามเรื่องสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการ จอง หรือตรวจสอบจากเว็บไซต์ก็อาจได้ข้อมูลเรื่องส่วนลดต่างๆ ด้วยค่ะ

>> มองหาแพคเกจท่องเที่ยวดีๆ และราคาถูก
เราสามารถดูได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ อาจจะมีเพคเกจเที่ยวที่บวกค่าเครื่องบิน พร้อมที่พักและบริการต่างๆ ให้ด้วย ก่อนที่จะเลือกใช้บริการก็ควรจะเปรียบเทียบกับราคาแพคเกจรวมกับแพ็กเก็จแยก ว่ามีราคาและบริการแตกต่างกันอย่างไร แล้วค่อยตัดสินใจเลือกซื้อค่ะ

>> สรรหาที่พักดีๆ
หากว่าไม่ติดเรื่องความสะดวกสบายมากนัก ลองพิจารณาที่พักที่อยู่ นอกพื้นที่ท่องเที่ยวดู แค่เดินทางเพิ่มขึ้นอีก 15 นาที แต่ลดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

>> ทำอาหารรับประทานเอง
การทำอาหารเองช่วยประหยัดได้มากค่ะ เพราะในห้องพักบางโรงแรมก็สามารถทำอาหารเช้า กลางวัน หรืออาหารเย็นแบบง่ายๆ เองได้

>> เตรียมของว่างไปเอง
ขนมที่บริการในห้องพักของโรงแรมนั้นราคาสูงมากค่ะ จึงควรจะซื้อขนมของเด็กๆ และสมาชิกคนอื่นๆ ติดไปด้วยนะคะ

>> เที่ยวสนุกได้แบบฟรีๆ
หากว่าเราไม่อยากไปเที่ยวไกลๆ ก็สามารถสนุกกับวันหยุดได้แบบไม่ต้องเสียเงินแพงๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความทรงจำดี เช่น สวนสาธารณะ หรือจะเป็นสนามเด็กเล่นใกล้บ้านก็ได้ค่ะ

>> คิดก่อนซื้อทุกครั้ง
ตัดสินใจให้ดีก่อนที่จะควักกระเป๋าจ่ายค่าของที่ระลึก และควรให้เงินลูกเพื่อซื้อของเอง เพราะการที่เราให้เงินลูก เด็กๆ ก็จะเก็บเงินส่วนนั้นเอาไว้กลายเป็นแรงจูงใจให้เขาเก็บเงินด้วยค่ะ

เคล็ดลับน่ารู้ .. เรื่องสวยๆ งามๆ

1. กิน หวาน มากทำให้ผิวเหี่ยว เพราะเมื่อร่างกายมีน้ำตาลอยู่ในกระแสเลือดมากจนเกินไป มันจะไปเกาะติดกับเส้นใยโปรตีนที่อยู่ระหว่างเซลล์ผิว ทำให้เกิดภาวะผิวเครียดขึ้น และนำไปสู่อาการแก่ก่อนวัย ผิวหยาบกร้าน และเหี่ยวย่น ในที่สุด
2. การยืนเอาปลายนิ้วมือแตะปลายนิ้วเท้า จะทำให้”ผิวหน้า”ดู สดใส เพราะการยืนเอาปลายนิ้วมือแตะปลายนิ้วเท้า ก้มตัวต่ำๆค้างไว้นับ 1-30 แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น จะทำให้โลหิต บริเวณหนังศีรษะ และใบหน้าหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลกระทบให้ผิวหน้าดูสดใสยิ่งขึ้น
3. เอาน้ำแข็งถูหน้า ก่อนนอนจะทำให้เกิดปัญหาหน้ามันได้ วิธีแก้คือการใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาหน้าให้ทั่วใบหน้า ทาแล้วไม่ต้องล้างออก เมือกจะแห้งไปเองภายใน 10 นาที ทำก่อนนอน เพียงแค่นี่หน้าที่มันก็จะหาย
4. การสวมเสื้อผ้าหนาๆ เพื่อให้เหงื่อออกเยอะๆ ไม่ได้ทำให้ผอมแต่จะทำให้ภาวะที่ร่างกายโดนความร้อนแล้วระบายความร้อนออกมา ไม่ใช่การเผาผลาญไขมันออกมาเป็นแค่เหงื่อที่ออกมาเฉยๆ พอเราดื่มน้ำเข้าไป น้ำหนักก็จะเท่าเดิมอยู่ดี
5. คนผิวแห้งมีโอกาส เกิดริ้วรอยกว่าคนผิวมัน เพราะคนผิวแห้งขาด ซีบุม หรือ สารไขมัน ทำให้กลไกลการปกป้องตนเองของผิวหนังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นคนผิวแห้งควรดูแล และทาครีมบำรุงเพื่อความชุ่มชื่นแก่ผิวพิเศษกว่าคนผิวมันนั้นเอง

6. การฝึกกลั้นหายใจ สามารถชะลอหน้าแก่ก่อนวัยได้จริง เพราะการหายใจออกทางปากอย่างช้าๆ จนสุดลม แล้วหายใจเข้าทางจมูกอย่างช้าๆ ให้เต็มปอด กลั้นไว้ระยะหนึ่ง แล้วจึงหายใจออกอย่างช้าๆ ทำแบบนี้วันละ 1-2 ครั้งๆ ละ 10-20 นาที จะช่วยชะลอผิวแก่ก่อนวัย และรอยคล้ำได้เป็นอย่างดี
7. การร้องไห้ไม่ได้ช่วยลดความอ้วน แต่การหัวเราะต่างหากที่ช่วย เผาผลาญแคลอรีให้หมดไปได้ดีกว่าอยู่เฉยๆ ได้มากถึง 20% เลยทีเดียว ซึ่งหากได้หัวเราะวันละสักประมาณ 10 -15 นาที จะช่วย”เผาผลาญพลังงาน”ลงได้มาก ถึง 50 แคลอรี เลยทีเดียว
8. กาวตราช้าง ใช้รักษาส้นเท้าแตกได้ เพราะเมื่อปิดหนังที่แตกด้วย กาวตราช้าง สิ่งสกปรกจะเข้าไปในรอยแตกไม่ได้ จึงมีการซ่อมแซมตนเองขึ้นมา มีการสร้างเซลล์ใหม่ และผลัดเซลล์เก่าออก กาวช้างก็จะหลุดออก ไป

9. การเต้นรำ ทำให้ผิวสวยได้จริง เพราะการเต้นรำเพียงวัน ละ 15-20 นาที ช่วยเผาผลาญแคลอรี กระตุ้นระบบการหายใจ และระบบหมุนเวียนโลหิต ทำให้เลือดลมเดินทั่วผิว ทำให้ผิวสวยมีสุขภาพดี
10.การใส่กระโปรงสั้นในห้องแอร์เป็นประจำ ทำให้ขาใหญ่ได้ เพราะช่วงขาส่วนที่อยู่นอกกระโปรง จะเกิดการสะสมไขมันเป็นพิเศษ เพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศ โดยเฉพาะเมื่อผิวหนังเจอความหนาวเย็น ทำให้เกิดเซลลูไลท์ขึ้นได้

11. การแลบลิ้นให้น้ำลายยืดลงพื้น 3 หยด จะแก้เผ็ดได้จริง เพราะอาการเผ็ดเกิดจากสารที่ชื่อ Capsaicin ที่อยู่ในพริกเข้าไปจับกับปลายประสาทรับรถที่ลิ้นร่างกายเราจะก็จะแสดง ปฏิกิริยาโดยการขับน้ำลายออกมาชะล้างเอาเจ้าสารCapsaicin ออกไป
12. ดูดนมยางของเด็กทารก ตอนนอนจะแก้อาการนอนกรนได้ เพราะการคาบหรืออมนมยางของเด็กทารก ไว้ในปากจะทำให้ลิ้นในปากอยู่นิ่ง ก็จะพลอยให้เนื้อเยื่อของเพดานไม่กระเทือน สั่นไหวขึ้นจึงไม่เกิดอาการกรน และไม่นอนอ้าปากอีกด้วย
13. การสูดกลิ่นตัว”ผู้ชาย”ทำ ให้หายเครียดได้ เพราะกลิ่นตัวผู้ชายที่เป็นคนรักนั้น มีสารฟีโรโมนผสมอยู่ โดยเฉพาะในผมและผิวของเขา เมื่อสูดดมแล้วจะช่วยลดอาการเครียดและเหนื่อยล้าลงได้ป็นอย่างดี
14. แสงแดดอ่อนๆ ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ เพราะแสงแดดอ่อนๆ จะช่วยลดการสร้างฮอร์โมนเมลาโตนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ถ้าหากเก็บตัวอยู่แต่ในที่มืดจะทำให้ฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดการง่วง เหงา ซึมเซาได้

15. การฟังเพลง ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้ เพราะการฟังเพลงทำให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนสร้างความสุขออกมา ช่วยลดความดันโลหิต และบรรเทาอาการปวดข้อลงได้

มาดูวิธีการง่ายๆใส่คอนแทคเลนส์

เคล็ดลับน่ารู้ หากแต่เดิมสาวๆ หลายคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตากันนั้นเป็นที่ดุน่าเบื่อแถมดูเชยเอามากๆ แต่ในสมัยนี้ได้มีการนำคอคอนแทคเลนส์เข้า มาใช้กันมาก เพราะคอนคอนแทคเลนส์ นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับสาวๆที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงและยังนิยมมากกว่าการ ใส่แว่นตาเป็นไหนๆ หากแต่บางครั้งอาจซื้อมาโดยไม่รู้วิธีการใส่ที่ถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่างๆต่อดวงตา หรือร้ายไปกว่านั้นอาจทำให้ก้าวเข้าสู่โลกมืดโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้

หากสาวๆหนุ่มๆคนไหนที่อยากจะสวย  อยากหล่ออย่างปลอดภัย ให้สมคนรุ่นใหม่อย่างเรานั้นละก็ควรเลือกซื้อคอนแทคเลนส์  ได้มาตรฐาน เหมาะสมกับดวงตาผู้สวมใส่ที่สำคัญสุดนั้นก็ เพื่อป้องความเสี่ยงจากอันตราย ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นตามมาอีก ฉะนั้นแล้วสาวๆหนุ่มๆทั้งหลายนั้น จึงควรที่จะใส่ ถอดคอนแทคเลนส์  อย่างถูกขั้นตอนวิธี 6 ขั้น โดยวันนี้ เคล็ดลับน่ารู้ ก็ได้นำขั้นตอนวิธีที่ง่ายนำมากฝากกันจ้า!!ตอนง่ายๆ กับการใส่และถอดคอนแทคเลนส์  อย่างถูกวิธี

ขั้นตอน3 วิธีการใส่คอนคอนแทคเลนส์

ขั้นตอนวิธีการใส่ข้อที่1 ล้างมือก่อนการใส่คอนคอนแทคเลนส์ทุกครั้ง

ขั้นตอนวิธีการใส่ข้อที่2 วางคอนแทคเลนส์  บนปลายนิ้วชี้ และใช้มืออีกข้างหนึ่งถ่างเปลือกตาออกเบาๆ

ขั้นตอนวิธีการใส่ข้อที่3 ค่อยๆใส่คอนแทคเลนส์  สู่ดวงตาอย่างเบามือ

ขั้นตอน 3 วิธีการถอดคอนแทคเลนส์ 

ขั้นตอนถอดข้อที่1 ล้างมือก่อนการถอดคอนแทคเลนส์  ออกทุกครั้ง

ขั้นตอนถอดข้อที่2 ถ่างตาออกเบาๆแล้วใช้นิ้วชี้เลื่อนคอนแทคเลนส์  ลงมาที่บริเวณตาขาว การเลื่อนคอนแทคเลนส์  ลงบริเวณตาขาวก่อนหยิบเลนส์ออก จะช่วยป้องกันไม่ให้เล็บไปโดนบริเวณตาดำ

ขั้นตอนถอดข้อที่3 ใช้นิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้ค่อยๆจับคอนแทคเลนส์  แล้วดึงออกอย่างเบามือ

*หมายเหตุ*  เมื่อสาวๆ มีอาการต่อไปนี้ เราไม่แนะนำให้ใส่คอนแทคเลนส์  โดยเด็ดขาด

ข้อที่1
-ภูมิแพ้
-การอักเสบ
-ติดเชื้อหรือระคายเคืองในตา-รอบดวงตา และเปลือกตา

ข้อที่2
ช่วงที่สุขภาพไม่ดี อาทิเช่น
-อาการหวัดรุนแรง หรือไข้หวัดใหญ่

ข้อที่3
-ตาแห้ง
-ตาแห้งรุนแรง
เพราสาเหตุเหล่านี้อาจเกิดจาก สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นทำให้ใส่เลนส์สัมผัสแล้วรู้สึกไม่สบาย

ข้อที่4
-เล่นกีฬาทางน้ำโดยไม่ได้ใส่แว่นตากันน้ำ

เคล็ดลับน่ารู้ หากท่านต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาวะที่กล่าวข้างต้น  ควรปรึกษาจักษุแพทย์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์

ครั้งน่าจะมี เคล็ดลับน่ารู้อะไรดีๆมาฝากกันอีก..อย่าลืมติดตามกันด้วยนะจ๊ะ